นวดแผนไทย ก่อนนวดสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการนวด ต้องมีความเหมาะสมต่อการพักผ่อนและผ่อนคลาย

การนวดแผนไทยแบ่งออกเป็น 2 สายคือสายราชสำนักและสายเชลยศักดิ์

การนวดแบบราชสำนัก การนวดประเภทนี้คือเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ผู้มียศฐาบรรดาศักดิ์ที่อยู่ในรั้วในวังฉะนั้นการนวดจึงถูกออกแบบที่เน้นการใช้นิ้วมือและนิ้วมือเท่านั้นและท่วงท่าที่ใช้ในการนวดจะมีความสุภาพเรียบร้อยมีข้อกำหนดในการเรียนมากมายผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านวิชาชีพนี้จะได้ทำงานอยู่ในรั้วในวังเป็นหมอหลวงมีเงินเดือนมียศและมีตำแหน่ง

การนวดแบบเชลยศักดิ์ จะเป็นการนวดในระดับชาวบ้านไม่มีแบบมีแผนหรือพิธีรีตองใดๆในการนวดมากนักอีกทั้งยังสามารถใช้อวัยวะอื่นๆเช่น เข่าศอก เข่า เพื่อช่วยทุ่นแรงในการนวดได้ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการนวดแบบราชสำนักที่เน้นใช้เพียงมืออย่างเดียว

ปัจจุบันมีการนวดแบบประยุกต์โดยการนำเอาข้อดีของการนวด เชลยศักดิ์และนวดแบบราชสำนักมาผสมผสานกันมีการปรับปรุงการนวดทั้งสองให้เข้าร่วมกับสมัยเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกนวดและยังมีการปรับปรุงถ้าให้มีความสุภาพสวยงามมากขึ้น อีกทั้งยังมีการนำข้อดีของการนวดแบบสากลมาผสมผสานด้วยและมีหลายสถาบันเปิดสอนการเรียนนวดแผนไทย เพื่อให้มีความเป็นสากลมีหลักวิชาการทำให้ผู้นวดสามารถอธิบายหลักการนวดประโยชน์ของการนวดและระบบร่างกายต่างๆได้อย่างน่าเชื่อถือและถูกต้องค่ะ

ในการเตรียมสถานที่ในการนวดแผนไทย

  1. ห้องที่ใช้นวดควรมีความมิตรชิดมีผ้าม่านกั้นหรือปิดแต่ควรให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกบรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน เพลงบรรเลงที่ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลายเช่นเสียงจากธรรมชาติเหมือนกับที่ใช้ในร้านสปาทั่วไปเพื่อช่วยให้ผู้ถูกนวดมีจิตใจที่สบายรู้สึกผ่อนคลายสบายตัว
  2. เตียงนวดต้องแข็งแรงและสูงเพื่อจะไม่ได้ต้องก้มมากเกินไปเพื่อความสะดวกในการเดินรอบเตียงที่มาตรฐานควรมีขนาดความกว้าง 70 ถึง 100 cm ยาว 1.80 เมตรถึง 200 เมตรและสูง 50 ถึง 60 cm ถ้าไม่มีเตียงนวด อาจนวดบนพื้นก็ได้โดยการใช้เบาะรอง ผ้าปูรองนวด ก่อนการนวด
  3. หมอนวดและผ้าปูเตียง ที่ใช้สำหรับการนวดควรมีความแน่นไม่อ่อนยวบและไม่แข็งจนเกินไปมีผ้าปูเตียงอีกชั้นหนึ่งเพื่อกันความเหนียวเหนอะหนะเมื่อมีเหงื่อออก และผ้าปูเตียงต้องสะอาด
  4. หมอนหนุน ควรมีความนุ่มและไม่หนาจนเกินไป ส่วนใหญ่จะนิยมเป็นหมอนนุ่นหรือหมอนใยสังเคราะห์มีปลอกสวม และสามารถ เปลี่ยนซักทำความสะอาดได้

เพราะว่าอาการที่ปวดเมื่อยร่างกายนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วการที่จะรักษาอาการเหล่านี้ได้ นอกจากการที่เราไปพบแพทย์แผนปัจจุบันแล้วนั้น หลายๆคนก็ยังที่จะนิยมไปใช้บริการ การนวดเพื่อให้ช่วยในการบรรเทาของอาการเจ็บปวด หรือช่วยในการผ่อนคลายให้กับร่างกายเพื่อที่จะให้หายจากความเมื่อยล้าและความเครียดนั้นเอง ซึ่งในปัจจุบันนั้นก็ได้มีผู้ที่มีความต้องการในการใช้บริการนวดเพิ่มมากขึ้น โดยความนิยมในการนวดนั้นก็ไม่จำกัดว่าจะอยู่เฉพาะที่แค่ในหมู่คนไทยเท่านั้น หากแต่ว่าจะขยายตัวออกไปในหมู่ของนักท่องเที่ยวอีก โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติที่มักจะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ทำให้ธุรกิจนวดแผนไทยเริ่มที่จะมีชื่อเสียงมากขึ้นค่ะ